บันทึก

ขวดแชมพูจิ๋วหายไปจากห้องน้ำโรงแรม ขวดปั๊มขนาดใหญ่เข้ามาแทนที่

ตั้งแต่ Marriott และ IHG ไปจนถึง Waldorf Astoria โรงแรมกำลังเปลี่ยนจากขวดอเมนิตี้ขนาดเล็กไปใช้ที่ปั๊มติดผนังและขวดขนาดเต็ม พลาสติกคือเหตุผลหลักที่ถูกยกขึ้นมา แต่ไม่ใช่เหตุผลเดียว

อ่าน 4 นาที

ขวดปั๊มขนาดใหญ่สามขวดบนชั้นวางในห้องอาบน้ำของโรงแรม

ตามรายงานของเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) ที่สถานี NBC 5 ดัลลัส–ฟอร์ตเวิร์ธ อ้างถึงเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2018 แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) เริ่มเปลี่ยนขวดแชมพูและครีมนวดผมขนาดเล็กเป็นที่ปั๊มแบบติดผนังในห้องอาบน้ำ โดยเริ่มจาก 450 โรงแรมใน 5 แบรนด์ และตั้งเป้า 1,500 โรงแรมในอเมริกาเหนือภายในเดือนมกราคมถัดมา[2]

หลังจากนั้น เครือโรงแรมรายใหญ่ของโลกหลายแห่งประกาศมาตรการคล้ายกัน เหตุผลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือพลาสติก ขณะที่ต้นทุนและกฎหมายก็มีส่วนเช่นกัน รวมถึงคำถามว่าที่ปั๊มติดผนังดูหรูหราหรือไม่

สิ่งที่เครือโรงแรมรายใหญ่ประกาศ

เดือนกรกฎาคม 2019 IHG ประกาศว่าทุกแบรนด์ในเครือจะเปลี่ยนไปใช้อเมนิตี้ขนาดใหญ่ ครอบคลุมมากกว่า 5,600 โรงแรมและเกือบ 843,000 ห้องพัก โดยจะเสร็จสิ้นในปี 2021 บริษัทระบุว่าใช้ขวดอเมนิตี้ขนาดเล็กเฉลี่ยปีละ 200 ล้านขวด คีธ บาร์ร์ (Keith Barr) ซีอีโอของ IHG ในขณะนั้น กล่าวว่าบริษัทภูมิใจที่นำอุตสาหกรรมด้วยการทำให้เรื่องนี้เป็นมาตรฐานของทุกแบรนด์[1] ในแถลงการณ์เดียวกัน IHG ระบุว่า ซิกซ์ เซนส์ (Six Senses) แบรนด์ระดับหรูของเครือ ใช้ภาชนะเซรามิกที่เติมซ้ำได้สำหรับผลิตภัณฑ์อาบน้ำในโรงแรมทั้งหมดอยู่แล้ว[1]

หนึ่งเดือนต่อมา แมริออทขยายโครงการทดลองเมื่อปี 2018 ไปยังโรงแรมกว่า 7,000 แห่งทั่วโลก โดยตั้งเป้าภายในปี 2020 แขกจะได้ขวดปั๊มขนาดใหญ่หรือที่ปั๊มติดผนัง และแมริออทคาดว่าปริมาณพลาสติกที่ใช้ต่อปีจะลดลง 30% ขณะนั้นมีโรงแรมในเครือราว 20% ที่ใช้ขวดปั๊มขนาดใหญ่ในห้องอาบน้ำอยู่แล้ว[3]

ขวดอเมนิตี้ขนาด 40 มล. และสบู่ก้อนเล็กบนชั้นวางในห้องน้ำ
ขวดอเมนิตี้ขนาด 40 มล. ขนาดที่เป็นเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ภาพ: Anne-Cécile Robert / Pexels

กฎหมายตามมา

ที่รัฐนิวยอร์ก กฎหมายที่ผู้ว่าการรัฐแคธี โฮชุล (Kathy Hochul) ลงนามเมื่อปี 2021 ห้ามโรงแรมและโมเทลจัดหาขวดพลาสติกขนาดเล็กบรรจุผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายให้แขก โดยนิยามว่าเป็นภาชนะความจุต่ำกว่า 12 ออนซ์ (ราว 355 มล.) ข้อห้ามมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2025 สำหรับโรงแรมและโมเทลขนาดใหญ่ที่มี 50 ห้องขึ้นไป และวันที่ 1 มกราคม 2026 สำหรับแห่งที่เล็กกว่า การฝ่าฝืนครั้งแรกจะได้รับคำเตือนและเวลา 30 วันเพื่อแก้ไข หากไม่แก้จะถูกปรับทางแพ่ง 250 ดอลลาร์สหรัฐ และ 500 ดอลลาร์สหรัฐ หากอีก 30 วันต่อมายังแจกขวดเล็กอยู่[6][7]

วันเริ่มบังคับใช้เคยถูกเลื่อน ตามรายงานของ Fox 5 New York กฎหมายนี้เดิมกำหนดมีผลในปี 2023 แต่เลื่อนออกไปเพื่อให้โรงแรมใช้สต็อกที่ซื้อไว้แล้วให้หมดก่อน[7]

หรูหรา หรือดูราคาถูก?

แขกทุกคนไม่ได้เห็นด้วย ลูกค้าบางรายบอกกับ The Wall Street Journal เมื่อปี 2018 ว่าที่ปั๊มติดผนังดูราคาถูก และมองว่าเป็นการตัดสิ่งอำนวยความสะดวกอีกอย่างต่อจากน้ำยาบ้วนปาก เครื่องเขียน และชุดเย็บผ้า[2] เสียงวิจารณ์นี้ชี้ว่ารูปลักษณ์ของที่ปั๊มสำคัญไม่แพ้การมีอยู่ของมัน

โรงแรมระดับหรูเลือกอีกทางหนึ่ง เดือนสิงหาคม 2022 ฮิลตัน (Hilton) ประกาศว่าห้องพักของวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย (Waldorf Astoria) ทั่วโลกจะใช้ผลิตภัณฑ์ของอีสอป (Aesop) ในขวดขนาดเต็ม 500 มล. ทำจากพลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค 97% แทนขวดขนาดพกพา[4] สามเดือนต่อมา เดอะ ริตซ์-คาร์ลตัน (The Ritz-Carlton) ประกาศให้ดิปทีค (Diptyque) เป็นพันธมิตรด้านอเมนิตี้อาบน้ำ โดยมีกลิ่น Philosykos เป็นกลิ่นประจำ[5]

มองในแง่การออกแบบ

สำหรับโรงแรมที่ห้องน้ำเต็มไปด้วยหินอ่อน ไม้ และโทนสีเป็นกลาง ซึ่งเป็นสไตล์ที่มักเรียกกันว่า quiet luxury รูปทรงเดียวที่เหมือนกันทั้งหมดจัดให้เข้ากับวัสดุรอบตัวได้ง่ายกว่าขวดหลายแบรนด์เรียงกัน งานแม่บ้านก็เปลี่ยนไปด้วย คือเติมใส่ภาชนะเดิมแทนการเปลี่ยนทีละขวด นี่เป็นข้อสังเกตของเราเอง ไม่ใช่ผลการวิจัย

ห้องน้ำผนังหินอ่อน เคาน์เตอร์ไม้ อ่างล้างหน้าสีดำ และต้นไม้ประดับ

ที่ปั๊มหนึ่งชุดแทนขวดสามถึงสี่ใบที่รูปทรงและขนาดต่างกัน

ห้องน้ำผนังหินอ่อนโทนสีเป็นกลาง ภาพ: Ela De Pure / Unsplash

คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้แก้ทุกเรื่อง ขวดขนาดใหญ่ยังเป็นพลาสติก และที่ปั๊มต้องได้รับการทำความสะอาดและเติมตามรอบ แหล่งข้อมูลที่เราตรวจสอบไม่ได้ระบุว่าเมื่อโครงการเสร็จแล้วประหยัดพลาสติกได้จริงเท่าใด แขกพึงพอใจมากขึ้นหรือไม่ หรือโรงแรมต้องแบกรับค่าดูแลเพิ่มเท่าไร ตัวเลขที่มีอยู่เป็นเป้าหมายและตัวเลขประมาณการของบริษัท ไม่ใช่ผลตรวจสอบจากองค์กรอิสระ

เปิดเผยข้อมูล: Plus Minus Lab ผู้เผยแพร่เว็บไซต์นี้ เป็นแบรนด์อเมนิตี้โรงแรมและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ผู้สนใจรูปแบบสำหรับธุรกิจโรงแรม ตั้งแต่หลอด 30 มล. ไปจนถึงขนาดเติม 5,000 มล. ดูได้ที่ หน้าเกี่ยวกับเรา และ คอลเลกชัน SCENTS

แหล่งอ้างอิง

  1. IHG, “End of the road for bathroom miniatures as IHG opts for bulk-size amenities to reduce plastic waste”, เอกสารข่าว, 30 กรกฎาคม 2019.
  2. Tess Griesedieck, “More Hotels Getting Rid of Tiny Shampoo Bottles: Report”, NBC 5 Dallas-Fort Worth, 2 พฤษภาคม 2018 (อ้างถึง The Wall Street Journal).
  3. Chris Morris, “Marriott Doing Away With Those Mini Shampoo Bottles You Love So Much”, Fortune, 28 สิงหาคม 2019.
  4. Hilton, “Waldorf Astoria Hotels Announces New Partnership with Aesop for Rejuvenating In-Room Guest Experience”, เอกสารข่าว, 22 สิงหาคม 2022.
  5. Marriott International, “The Ritz-Carlton Announces New Partnership with Diptyque”, เอกสารข่าว, 17 พฤศจิกายน 2022.
  6. “New York to ban plastic toiletry bottles in hotels beginning next year”, CNY Central, 9 กรกฎาคม 2024.
  7. “New York state bans small toiletry bottles in hotels”, Fox 5 New York, 11 กรกฎาคม 2024.

ภาพปก: oning / Unsplash ตรวจสอบลิงก์เมื่อ 12 ตุลาคม 2026